เนื้อหาบทความ
เมื่อเกี่ยวข้องกับคดีอาญาควรเริ่มต้นอย่างไร?
หมายเรียกหรือเอกสารจากเจ้าหน้าที่ควรตรวจสอบอะไร?
หลักฐานมีความสำคัญอย่างไรในคดีอาญา?
การปกป้องสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาทำอย่างไร?
ทนายคดีอาญาช่วยรักษาผลประโยชน์ของผู้ถูกกล่าวหาอย่างไร?
หากไม่ใช้ทนายความ อาจเสียประโยชน์อย่างไร?
คดีแพ่งกับคดีอาญาต่างกันอย่างไร?
ทำไมจึงควรปรึกษาทนายตั้งแต่ระยะแรก?
คดีอาญาคืออะไร? ผู้เริ่มต้นควรเข้าใจอย่างไร
คดีอาญา คือ คดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดและมีโทษทางอาญา เช่น จำคุก ปรับ หรือโทษอื่นตามที่กฎหมายกำหนด โดยคดีอาญาอาจเริ่มต้นจากการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ การแจ้งความ การสอบสวนของพนักงานสอบสวน และอาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล
สำหรับผู้ที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับคดีมาก่อน คำว่า “ถูกแจ้งความ” “ถูกกล่าวหา” “ผู้ต้องหา” และ “จำเลย” อาจทำให้เกิดความสับสน แต่แต่ละขั้นตอนมีความหมายแตกต่างกัน
สิ่งสำคัญคือ การถูกกล่าวหาหรือถูกดำเนินคดีไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิดแล้ว การพิจารณาว่ามีความผิดหรือไม่ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น หากทราบว่าตนเองกำลังถูกกล่าวหาหรือมีคดีอาญา สิ่งแรกที่ควรทำคือ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก และอย่ารีบดำเนินการโดยไม่เข้าใจสถานการณ์
เมื่อเกี่ยวข้องกับคดีอาญาควรเริ่มต้นอย่างไร?
เมื่อบุคคลทราบว่าตนเองถูกกล่าวหา ถูกแจ้งความ ได้รับหมายเรียก หรือได้รับเอกสารจากเจ้าหน้าที่ สิ่งแรกควรทำคือรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด
ตัวอย่างเช่น
- เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด
- เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน
- ใครเป็นผู้กล่าวหา
- ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเรื่องใด
- มีหมายเรียกหรือเอกสารจากหน่วยงานใดหรือไม่
- มีพยานหรือหลักฐานอะไรอยู่กับตนเอง
- เคยพูดคุยหรือทำข้อตกลงกับคู่กรณีอย่างไร
- มีข้อความหรือหลักฐานดิจิทัลที่เกี่ยวข้องหรือไม่
จากนั้นควรจัดเอกสารและหลักฐานให้เป็นหมวดหมู่ และพิจารณาปรึกษา ทนายคดีอาญาบางพลี หรือทนายความที่มีประสบการณ์ด้านคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ
ตัวอย่าง
นาย ก ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีผู้ไปแจ้งความกล่าวหาว่านาย ก นำทรัพย์สินของผู้อื่นไปโดยมิชอบ
นาย ก อาจตกใจและต้องการโทรศัพท์ไปโต้เถียงกับผู้กล่าวหาทันที แต่การทำเช่นนั้นอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
สิ่งที่ควรทำคือรวบรวมข้อมูล เช่น หลักฐานการซื้อขาย ใบเสร็จ ข้อความสนทนา ภาพถ่าย หรือพยานบุคคล แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นให้ทนายช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางดำเนินการ
หมายเรียกหรือเอกสารจากเจ้าหน้าที่ควรตรวจสอบอะไร?
หากได้รับหมายเรียกหรือเอกสารเกี่ยวกับคดี ไม่ควรเก็บเอกสารไว้โดยไม่ตรวจสอบ เพราะรายละเอียดบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับกำหนดเวลาหรือขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ
ควรตรวจสอบอย่างน้อยว่า
- ชื่อและข้อมูลของบุคคลในเอกสารถูกต้องหรือไม่
- เอกสารออกโดยหน่วยงานใด
- เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใด
- มีการระบุข้อกล่าวหาหรือเรื่องใด
- ต้องไปพบเจ้าหน้าที่หรือศาลในวันใด
- สถานที่ที่ต้องไปคือที่ใด
- ต้องนำเอกสารหรือหลักฐานใดไปด้วยหรือไม่
หากอ่านแล้วไม่เข้าใจ ไม่ควรคาดเดาความหมายด้วยตนเอง เพราะศัพท์กฎหมายบางคำมีความหมายเฉพาะ
การนำเอกสารไปให้ ทนายคดีอาญา ตรวจสอบก่อน สามารถช่วยให้เข้าใจว่าตนเองอยู่ในขั้นตอนใด และควรเตรียมตัวอย่างไร
หลักฐานมีความสำคัญอย่างไรในคดีอาญา?
หลักฐานเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาข้อเท็จจริงของคดีอาญา หลักฐานอาจมีหลายรูปแบบ เช่น
- เอกสาร
- สัญญา
- ใบเสร็จ
- ภาพถ่าย
- ภาพจากกล้องวงจรปิด
- คลิปวิดีโอ
- เสียงบันทึก
- ข้อความในโทรศัพท์
- อีเมล
- ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน
- รายการโอนเงิน
- พยานบุคคล
- เอกสารจากหน่วยงานราชการ
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีควรเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ในรูปแบบเดิมเท่าที่สามารถทำได้ และไม่ควรแก้ไข ตัดต่อ หรือลบข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี
ตัวอย่าง
หากข้อพิพาทเกิดจากการซื้อขายสินค้าออนไลน์ และอีกฝ่ายกล่าวหาว่ามีการหลอกลวง ผู้ถูกกล่าวหาอาจมีหลักฐาน เช่น
- ข้อความการสั่งซื้อ
- หลักฐานการชำระเงิน
- ใบส่งสินค้า
- เลขพัสดุ
- ภาพสินค้าก่อนส่ง
- ข้อความที่พูดคุยกับลูกค้า
หลักฐานเหล่านี้อาจช่วยให้เห็นลำดับเหตุการณ์ได้ชัดเจนกว่าการอธิบายด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ควรแจ้งทนาย
เมื่อเข้าปรึกษา ทนายคดีอาญาบางพลี ควรให้ข้อมูลตามความเป็นจริงและครบถ้วน แม้ข้อมูลบางอย่างอาจเป็นเรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหากังวลว่าจะส่งผลเสียต่อตนเองก็ตาม
ทนายจำเป็นต้องทราบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินปัญหาและวางแนวทางทางกฎหมายอย่างเหมาะสม
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด
ควรระบุวัน เวลา และสถานที่เท่าที่จำได้ หากมีเอกสารหรือหลักฐานที่ช่วยยืนยันช่วงเวลา ควรนำมาประกอบด้วย
ใครเกี่ยวข้อง
ควรระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เช่น ผู้กล่าวหา พยาน ผู้ร่วมงาน ลูกค้า คู่สัญญา หรือบุคคลอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์
มีเอกสารอะไรบ้าง
ควรนำหมายเรียก บันทึกประจำวัน หนังสือแจ้ง เอกสารการซื้อขาย สัญญา หลักฐานการชำระเงิน หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องไปประกอบการปรึกษา
มีพยานหรือหลักฐานใด
ควรแจ้งให้ทนายทราบว่ามีพยานบุคคล ภาพถ่าย วิดีโอ กล้องวงจรปิด ข้อความ หรือหลักฐานดิจิทัลอื่นหรือไม่
การปกป้องสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาทำอย่างไร?
เมื่อเกี่ยวข้องกับคดีอาญา ผู้ถูกกล่าวหาควรให้ความสำคัญกับการรักษาสิทธิของตนเองตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ควรรอจนคดีเข้าสู่ศาลแล้วจึงเริ่มหาข้อมูล
แนวทางเบื้องต้น ได้แก่
1. ทำความเข้าใจข้อกล่าวหา
ควรทราบว่าตนเองถูกกล่าวหาเรื่องใด และข้อเท็จจริงที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างคืออะไร
2. รวบรวมหลักฐาน
ควรเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และจัดเรียงตามลำดับเวลา
3. ระมัดระวังการให้ข้อมูล
การให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีควรพิจารณาอย่างรอบคอบ หากไม่เข้าใจว่าตนเองมีสิทธิหรือหน้าที่อย่างไร ควรปรึกษาทนายก่อน
4. ไม่ทำลายหรือแก้ไขหลักฐาน
ไม่ควรลบข้อความ ทำลายเอกสาร หรือตัดต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดี เพราะอาจทำให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงมีความยุ่งยากขึ้น
5. ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง
หากมีเอกสารกำหนดวันนัดหรือขั้นตอนใด ควรตรวจสอบและดำเนินการอย่างเหมาะสม ไม่ควรปล่อยผ่านโดยคิดว่าเรื่องจะหายไปเอง
ทนายคดีอาญาช่วยรักษาผลประโยชน์ของผู้ถูกกล่าวหาอย่างไร?
สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านกฎหมาย การอ่านเอกสารหรือทำความเข้าใจขั้นตอนคดีอาญาอาจเป็นเรื่องยาก
บทบาทของทนายไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรับประกันผลคดีได้ แต่ทนายสามารถช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจกระบวนการทางกฎหมาย วิเคราะห์ประเด็นข้อเท็จจริง และเตรียมตัวเข้าสู่แต่ละขั้นตอนได้อย่างเป็นระบบ
ตัวอย่างการช่วยเหลืออาจครอบคลุมถึง
- ตรวจสอบเอกสารและข้อกล่าวหา
- วิเคราะห์ข้อเท็จจริงเบื้องต้น
- พิจารณาประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- แนะนำการเตรียมเอกสารและหลักฐาน
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินคดี
- ช่วยเตรียมแนวทางในการต่อสู้คดีตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย
- ติดต่อหรือดำเนินการทางกฎหมายตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย
- เป็นผู้ช่วยด้านกฎหมายในขั้นตอนที่จำเป็น
- ช่วยให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเอง
ตัวอย่างสถานการณ์
สมมติว่าเจ้าของธุรกิจรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงจากข้อพิพาทเรื่องการซื้อขาย
เจ้าของธุรกิจอาจมองว่า “ลูกค้าไม่ได้รับเงินคืน จึงน่าจะเป็นคดีอาญาแน่นอน”
แต่ในทางกฎหมาย รายละเอียดของข้อเท็จจริงมีความสำคัญมาก เช่น มีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้นหรือไม่ มีการทำสัญญาอย่างไร มีการส่งมอบสินค้าหรือบริการหรือไม่ และมีการติดต่อกันอย่างไร
ทนายสามารถช่วยแยกประเด็นเหล่านี้ออกจากกัน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจว่าประเด็นใดเป็นข้อเท็จจริง ประเด็นใดเป็นข้อกฎหมาย และควรเตรียมหลักฐานอย่างไร
หากไม่ใช้ทนายความ อาจเสียประโยชน์อย่างไร?
การดำเนินคดีโดยไม่มีทนายความไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถดำเนินการได้ในทุกกรณี แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย อาจมีความเสี่ยงจากการไม่เข้าใจกระบวนการหรือข้อกำหนดบางอย่าง
ตัวอย่างความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
ไม่เข้าใจว่าต้องดำเนินการอะไรและเมื่อใด
บางขั้นตอนมีวันนัดหรือกำหนดเวลาที่ควรให้ความสำคัญ หากไม่ติดตามอย่างถูกต้อง อาจส่งผลต่อการดำเนินคดี
ไม่รู้ว่าหลักฐานใดมีความสำคัญ
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อาจมีหลักฐานจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าหลักฐานใดเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญของคดี
อธิบายข้อเท็จจริงไม่เป็นระบบ
เมื่ออยู่ในสถานการณ์กดดัน ผู้ถูกกล่าวหาอาจเล่าเหตุการณ์สลับไปมา หรือเน้นเรื่องที่ตนเองคิดว่าสำคัญ แต่ไม่ได้ตอบประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อาจมองข้ามประเด็นทางกฎหมาย
ข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะคดีอาญาต้องพิจารณาข้อกฎหมายและองค์ประกอบของความผิดที่เกี่ยวข้องด้วย
ไม่เข้าใจเอกสารทางกฎหมาย
เอกสารบางประเภทมีศัพท์และขั้นตอนเฉพาะ หากไม่เข้าใจอาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องไม่ทราบว่าตนเองควรดำเนินการอย่างไรต่อไป
ดังนั้น หากคดีมีความซับซ้อน มีความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน ชื่อเสียง อิสรภาพ หรือมีข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง การปรึกษาทนายตั้งแต่ระยะแรกอาจช่วยให้สามารถเตรียมตัวได้รอบคอบมากขึ้น
คดีแพ่งกับคดีอาญาต่างกันอย่างไร?
สำหรับผู้เริ่มต้น คำว่า “คดีแพ่ง” และ “คดีอาญา” อาจสร้างความสับสน
โดยทั่วไป คดีแพ่ง มักเกี่ยวข้องกับสิทธิ หน้าที่ ทรัพย์สิน หนี้สิน สัญญา หรือการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างบุคคลหรือองค์กร
ส่วน คดีอาญา เกี่ยวข้องกับการกระทำที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิดและมีโทษทางอาญา
ตัวอย่างคดีแพ่ง
นาย ก ให้เงินนาย ข ยืมจำนวน 500,000 บาท โดยมีหลักฐานการกู้ยืม แต่เมื่อถึงกำหนด นาย ข ไม่ชำระเงิน
นาย ก อาจต้องการเรียกร้องเงินคืนผ่านกระบวนการทางแพ่ง
ตัวอย่างคดีอาญา
หากบุคคลหนึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำการที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิดอาญา เช่น ทำร้ายร่างกาย ลักทรัพย์ หรือกระทำความผิดประเภทอื่น ก็อาจเข้าสู่กระบวนการคดีอาญาตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เดียวกันอาจมีประเด็นทั้งทางแพ่งและอาญาได้ จึงไม่ควรสรุปจากชื่อเหตุการณ์เพียงอย่างเดียวว่าคดีเป็นประเภทใด
ทำไมจึงควรปรึกษาทนายตั้งแต่ระยะแรก?
หลายคนคิดว่าควรรอให้ได้รับหมายศาลหรือถูกฟ้องก่อนจึงค่อยหาทนาย แต่ในบางสถานการณ์ การปรึกษาทนายตั้งแต่เริ่มต้นอาจช่วยให้เข้าใจสถานการณ์และเตรียมตัวได้ดีขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากทราบว่ามีการร้องทุกข์หรือกล่าวหาตนเองเกี่ยวกับเหตุการณ์บางอย่าง การนำข้อมูลไปปรึกษาทนายตั้งแต่ต้นอาจช่วยให้สามารถรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ทันเวลา
โดยเฉพาะหลักฐานบางชนิด เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด ข้อมูลการสนทนา หรือข้อมูลดิจิทัล อาจมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการจัดเก็บ หากปล่อยเวลานานเกินไปอาจค้นหาหรือรวบรวมได้ยากขึ้น
ทนายคดีอาญาบางพลีช่วยเรื่องใดได้บ้าง?
SAKSIRI LAW & TAX ให้บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย โดยสามารถสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการและประเด็นทางกฎหมายในคดีอาญา รวมถึงแนวทางการเตรียมเอกสารและข้อมูลสำหรับการปรึกษาคดี
การพิจารณาคดีแต่ละเรื่องจำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสาร พยานหลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี ดังนั้นข้อมูลทั่วไปในบทความนี้จึงไม่สามารถใช้แทนคำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดีได้
หากคุณหรือบุคคลใกล้ชิดกำลังเผชิญกับข้อกล่าวหา ได้รับหมายเรียก หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีอาญา ควรเตรียมเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำปรึกษาจากทนายความโดยเร็ว
ติดต่อทนายที่นี่บทสรุป
ผู้ที่อยู่ใน บางพลี สมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง หากกำลังเผชิญกับข้อกล่าวหา การแจ้งความ หมายเรียก หรือปัญหาที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีอาญา สามารถติดต่อสำนักงานเพื่อแจ้งรายละเอียดเบื้องต้นและสอบถามขั้นตอนการเข้าปรึกษา
ก่อนเข้าพบควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หมายเรียก หนังสือจากเจ้าหน้าที่ บันทึกประจำวัน สัญญา หลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนา ภาพถ่าย วิดีโอ และข้อมูลเกี่ยวกับพยาน เพื่อให้ทนายสามารถทำความเข้าใจข้อเท็จจริงได้มากขึ้น
สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่ารอจนสถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น หากไม่แน่ใจว่าตนเองมีสิทธิหรือควรดำเนินการอย่างไร การปรึกษาทนายคดีอาญาตั้งแต่ระยะแรกอาจช่วยให้คุณเข้าใจกระบวนการ เตรียมหลักฐาน และวางแนวทางรับมือกับคดีได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ผลทางกฎหมายของแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. หากถูกแจ้งความหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ควรทำอย่างไร?
หากถูกแจ้งความหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ควรตั้งสติและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนดำเนินการใด ๆ ตรวจสอบข้อกล่าวหา หมายเรียก และเอกสารที่ได้รับ พร้อมเก็บหลักฐาน เช่น ข้อความ ภาพถ่าย วิดีโอ เอกสาร หรือหลักฐานการโอนเงิน หากไม่แน่ใจว่าควรดำเนินการอย่างไร ควรนำเอกสารไปปรึกษา ทนายคดีอาญาบางพลี เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและแนะนำแนวทางในการปกป้องสิทธิของตนเอง
2. จำเป็นต้องมีทนายความเมื่อถูกดำเนินคดีอาญาหรือไม่?
การมีทนายความช่วยให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจกระบวนการทางกฎหมาย สิทธิของตนเอง และแนวทางในการเตรียมหลักฐานได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะคดีที่มีข้อเท็จจริงซับซ้อนหรืออาจส่งผลต่อทรัพย์สิน ชื่อเสียง หรือเสรีภาพ ทนายสามารถช่วยตรวจสอบเอกสาร วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย และให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนที่ควรดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ทนายไม่สามารถรับประกันผลคดีได้ เพราะผลของคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3. หากไม่มีทนายความ สามารถดำเนินคดีอาญาด้วยตนเองได้หรือไม่?
ในบางขั้นตอน บุคคลอาจสามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ แต่ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมายอาจเสี่ยงต่อการไม่เข้าใจขั้นตอน กำหนดเวลา หรือประเด็นสำคัญของคดี เช่น ไม่ทราบว่าควรเตรียมหลักฐานใด หรืออธิบายข้อเท็จจริงได้ไม่ครบถ้วน หากคดีมีความซับซ้อนหรือมีความเสี่ยงสูง การ ปรึกษาทนายคดีอาญา ตั้งแต่ระยะแรกอาจช่วยให้เข้าใจกระบวนการ วางแนวทาง และปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
4. หากได้รับหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ ควรปรึกษาทนายก่อนหรือไม่?
หากได้รับหมายเรียก ควรตรวจสอบชื่อหน่วยงาน ข้อกล่าวหา วัน เวลา สถานที่ และกำหนดการที่ระบุในเอกสารอย่างละเอียด ไม่ควรเพิกเฉยหรือปล่อยให้พ้นกำหนด หากไม่เข้าใจรายละเอียด ควรนำหมายเรียกและเอกสารที่เกี่ยวข้องไป ปรึกษาทนายคดีอาญาบางพลี เพื่อให้ช่วยอธิบายสิทธิ หน้าที่ และขั้นตอนที่ควรเตรียมตัว การได้รับหมายเรียกไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิด แต่ควรเตรียมตัวอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น

