มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คืออะไร?

เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คืออะไร?

มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คือ บทบัญญัติสำคัญในประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนหรือรัฐ

บทบัญญัตินี้ถูกนำมาใช้ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต การใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ซึ่งถือเป็นความผิดที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบราชการและหลักนิติธรรม

บทความนี้จะอธิบายความหมายของ มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ องค์ประกอบความผิด ตัวอย่างคดี และข้อควรรู้สำหรับประชาชนทั่วไป

ข้อความของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

มาตรา 157 บัญญัติว่า

“ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

จากบทบัญญัติดังกล่าว จะเห็นได้ว่ากฎหมายมุ่งลงโทษเจ้าพนักงานที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือการละเว้นการกระทำ หากเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายก็อาจมีความผิดตามมาตรา 157 ได้

มาตรา 157

วัตถุประสงค์ของมาตรา 157

มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่

  • ป้องกันการใช้อำนาจของรัฐโดยมิชอบ
  • คุ้มครองสิทธิของประชาชน
  • ป้องกันการทุจริตในหน่วยงานของรัฐ
  • ส่งเสริมความโปร่งใสในการบริหารราชการ
  • สร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม

องค์ประกอบความผิดของมาตรา 157

การจะเป็นความผิดตาม มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต้องมีองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

 1. ผู้กระทำต้องเป็น “เจ้าพนักงาน”

คำว่า “เจ้าพนักงาน” ตามกฎหมายอาญา หมายถึง บุคคลที่กฎหมายแต่งตั้งให้มีหน้าที่ปฏิบัติราชการ ไม่ว่าจะเป็น

  • ข้าราชการ
  • พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • เจ้าหน้าที่รัฐบางประเภท
  • บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจของรัฐตามกฎหมาย

หากไม่ใช่เจ้าพนักงาน ย่อมไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157

2. มีการปฏิบัติหน้าที่หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ความผิดอาจเกิดได้ทั้ง

การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เช่น

  • ออกใบอนุญาตโดยไม่มีอำนาจ
  • อนุมัติงบประมาณโดยฝ่าฝืนกฎหมาย
  • ใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม

การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เช่น

  • ไม่ดำเนินการตามหน้าที่ทั้งที่มีหน้าที่ต้องทำ
  • เพิกเฉยต่อการบังคับใช้กฎหมาย
  • ไม่ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือประชาชนทั้งที่กฎหมายกำหนด

3. มีเจตนาตามที่กฎหมายกำหนด

มาตรา 157 กำหนดไว้ 2 กรณี ได้แก่

กรณีที่หนึ่ง

ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด

หรือ

กรณีที่สอง

ปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต

คำว่า “โดยทุจริต” หมายถึง การแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

ความหมายของคำว่า “โดยมิชอบ”

คำว่า “โดยมิชอบ” ไม่ได้หมายถึงการทำงานผิดพลาดทุกกรณี

แต่หมายถึง

  • ฝ่าฝืนกฎหมาย
  • ฝ่าฝืนระเบียบที่มีผลตามกฎหมาย
  • ใช้อำนาจเกินขอบเขต
  • ใช้อำนาจโดยไม่มีเหตุผลรองรับ
  • ใช้อำนาจโดยเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

ดังนั้น ความผิดพลาดจากความประมาทเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอที่จะเป็นความผิดตามมาตรา 157 หากไม่มีองค์ประกอบตามที่กฎหมายกำหนด

กฎหมาย มาตรา 157

ตัวอย่างการกระทำที่อาจเข้าข่ายมาตรา 157

ตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น

  • เจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์เพื่ออนุมัติเอกสาร
  • เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีเพราะช่วยเหลือผู้กระทำผิด
  • ออกโฉนดโดยฝ่าฝืนกฎหมาย
  • อนุมัติจัดซื้อจัดจ้างโดยเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง
  • ใช้อำนาจเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • เพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์

ทั้งนี้ การวินิจฉัยว่าการกระทำใดเข้าข่าย มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และคำพิพากษาศาลเป็นสำคัญ

มาตรา 157 แตกต่างจากคดีทุจริตอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่า มาตรา 157 คือคดีทุจริตทุกประเภท ซึ่งไม่ถูกต้องทั้งหมด

ความจริงแล้ว

  • การทุจริตหลายกรณีอาจเป็นความผิดตามมาตรา 157
  • แต่ไม่ใช่ทุกคดีตามมาตรา 157 จะเป็นคดีรับสินบนหรือคอร์รัปชัน
  • บางกรณีเป็นเพียงการใช้อำนาจโดยมิชอบจนเกิดความเสียหาย

จึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

โทษของมาตรา 157

ปัจจุบัน มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กำหนดโทษไว้ดังนี้

  • จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี
  • ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท
  • หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากการกระทำเกี่ยวข้องกับความผิดฐานอื่น เช่น รับสินบน ยักยอก หรือฟอกเงิน ผู้กระทำอาจต้องรับโทษเพิ่มเติมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หากประชาชนได้รับความเสียหายควรทำอย่างไร

หากประชาชนเชื่อว่าตนได้รับความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าพนักงาน ควรดำเนินการดังนี้

  1. รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐาน
  2. บันทึกรายละเอียดเหตุการณ์
  3. ขอสำเนาเอกสารราชการที่เกี่ยวข้อง
  4. ปรึกษาทนายความเพื่อประเมินข้อกฎหมาย
  5. ใช้สิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ หรือดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยให้สามารถคุ้มครองสิทธิของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Upload Image...

ข้อควรระวังเกี่ยวกับมาตรา 157

ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ทุกกรณีที่เจ้าพนักงานตัดสินใจผิดหรือดำเนินการล่าช้าจะเป็นความผิดตามมาตรา 157 ศาลจะพิจารณาจากองค์ประกอบของความผิดอย่างเคร่งครัด เช่น

  • มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่
  • ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบจริงหรือไม่
  • มีเจตนาให้เกิดความเสียหายหรือมีการทุจริตหรือไม่
  • มีความเสียหายเกิดขึ้นหรือมีพฤติการณ์ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

ดังนั้น การกล่าวหาว่าเจ้าพนักงานกระทำผิดตามมาตรา 157 ควรอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เพียงพอ ไม่ควรสรุปจากความไม่พอใจต่อผลการปฏิบัติงานเพียงอย่างเดียว

สรุป

มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นบทบัญญัติสำคัญที่ใช้ควบคุมการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ความผิดตามมาตรานี้เกิดขึ้นได้ทั้งจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แต่จะต้องพิจารณาองค์ประกอบของความผิดตามกฎหมายเป็นรายกรณี

สำหรับประชาชน การเข้าใจหลักกฎหมายของ มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะช่วยให้สามารถปกป้องสิทธิของตน รู้จักช่องทางการใช้สิทธิตามกฎหมาย และแยกแยะได้ว่ากรณีใดอาจเข้าข่ายความผิดตามบทบัญญัตินี้ ทั้งนี้ การวินิจฉัยขั้นสุดท้ายเป็นอำนาจของศาลโดยอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในแต่ละคดี